หน่วยที่ 2



ประโยชน์ของ Weblog

 1. เป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกของผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเสนอให้ผู้คน สาธารณะได้รับรู้
 2. เป็นเครื่องมือช่วยในด้านธุรกิจ เช่น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวขององค์กร การเสนอตัวอย่างสินค้า การขายสินค้า และการทาการตลาดออนไลน์ เป็นต้น
 3. เป็นแหล่งความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกต้องและชัดเจน จากผู้มีความรู้เฉพาะด้านๆ นั้น เนื่องจากผู้เขียน Blog มักจะเขียนถึงเรื่องที่ตัวเองถนัด ชอบ และมีความรู้ลึกในเรื่องนั้นๆ การค้นหาข้อมูลเฉพาะด้านใน Blog ต่างๆ จึงทาให้เราค้นพบความรู้ และผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น
 4. ทำให้ทันต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน เพราะข่าวสารความรู้ มาจากผู้คนมากมาย(ทั่วโลก) และมักจะเปลี่ยนแปลงได้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบันเสมอ
5. ไม่ต้องใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ชั้นสูงก็สามารถทำได้
6. ไม่ต้องของพื้นที่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเหมือนเว็บไซต์ทั่วไป
7. สามารถบรรจุภาพนิ่ง เสียง และภาพเคลื่อนไหวเหมือนเว็บไซต์ทั่วไปได้
8. สามารถใช้งานหรือปรับแต่งให้สวยงามได้ด้วยตนเอง นามาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้ดี
9. สำหรับ Weblog ของ Blogger สามารถบรรจุบทความได้มากถึง 999 บทความ
10.สามารถสร้างสรรค์องค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับการทางานได้หลายอย่าง เช่น ตัวเลขนับผู้ชม (counter) กระดานข่าว (web board) สไลด์(slides) คลิบวีดิทัศน์ (video clip) เป็นต้น
11.สามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่น ๆ ได้ตามต้องการ
ด้วยคุณสมบัติที่ดีดังกล่าว ทำให้ weblog ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในวงการศึกษามีการนำมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนแบบผสมผสานได้เป็นอย่างดี weblog จะทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนหรือผู้เรียนกับผู้เรียนได้ตลอดเวลา ทุกสถานที่ที่มีอินเตอร์เน็ตใช้ ผู้เรียนสามารถค้นคว้าความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียนได้จากเว็บไซต์อื่นได้มากมายมหาศาล ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงสาระของเนื้อหาที่สอนได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ดังนั้น weblog จึงเป็นสื่อการสอนอีกชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้ครูอาจารย์จัดการเรียนการสอนได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
จากการวิจัยที่ศึกษาการใช้เว็บบล็อก (มณฑิรา พันธุ์อัน อ้างถึงโดย ยูซิอุ Yuehchiu 2008 : 61) สรุปว่าโดยทั่วไปแล้วบล็อกจะเป็นเครื่องมือการสื่อสารดีเยี่ยม สำหรับทีมและกลุ่ม มีพื้นที่ว่างสำหรับให้ผู้เรียนร่วมกัน แสดงความคิดและทางานร่วมกัน เพื่อหาความคิดที่ชัดเจนร่วมกัน สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นวิธีการเรียนที่มุ่งให้ผู้เรียนร่วมมือกันในด้านการเรียนการสอน (Slavin 1995, อ้างถึงในบุญเรือง เนียนหอม 2540 : 56-57) เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเรียนการสอนบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ร่วมมือกัน การใช้แหล่งข้อมูลร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน การเรียนแบบช่วยเหลือกันในการเรียนรู้ โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ