1. เป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกของผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
เพื่อเสนอให้ผู้คน สาธารณะได้รับรู้
2. เป็นเครื่องมือช่วยในด้านธุรกิจ เช่น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวขององค์กร
การเสนอตัวอย่างสินค้า การขายสินค้า และการทาการตลาดออนไลน์ เป็นต้น
3. เป็นแหล่งความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกต้องและชัดเจน จากผู้มีความรู้เฉพาะด้านๆ นั้น
เนื่องจากผู้เขียน Blog มักจะเขียนถึงเรื่องที่ตัวเองถนัด ชอบ
และมีความรู้ลึกในเรื่องนั้นๆ การค้นหาข้อมูลเฉพาะด้านใน Blog ต่างๆ จึงทาให้เราค้นพบความรู้ และผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น
4. ทำให้ทันต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน เพราะข่าวสารความรู้ มาจากผู้คนมากมาย(ทั่วโลก) และมักจะเปลี่ยนแปลงได้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบันเสมอ
5. ไม่ต้องใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ชั้นสูงก็สามารถทำได้
6.
ไม่ต้องของพื้นที่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเหมือนเว็บไซต์ทั่วไป
7.
สามารถบรรจุภาพนิ่ง เสียง และภาพเคลื่อนไหวเหมือนเว็บไซต์ทั่วไปได้
8. สามารถใช้งานหรือปรับแต่งให้สวยงามได้ด้วยตนเอง
นามาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้ดี
9. สำหรับ Weblog ของ
Blogger สามารถบรรจุบทความได้มากถึง 999 บทความ
10.สามารถสร้างสรรค์องค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับการทางานได้หลายอย่าง
เช่น ตัวเลขนับผู้ชม (counter) กระดานข่าว (web
board) สไลด์(slides) คลิบวีดิทัศน์
(video clip) เป็นต้น
11.สามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่น
ๆ ได้ตามต้องการ
ด้วยคุณสมบัติที่ดีดังกล่าว ทำให้
weblog ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในวงการศึกษามีการนำมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนแบบผสมผสานได้เป็นอย่างดี
weblog จะทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนหรือผู้เรียนกับผู้เรียนได้ตลอดเวลา
ทุกสถานที่ที่มีอินเตอร์เน็ตใช้ ผู้เรียนสามารถค้นคว้าความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียนได้จากเว็บไซต์อื่นได้มากมายมหาศาล
ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงสาระของเนื้อหาที่สอนได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ดังนั้น
weblog จึงเป็นสื่อการสอนอีกชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้ครูอาจารย์จัดการเรียนการสอนได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
จากการวิจัยที่ศึกษาการใช้เว็บบล็อก
(มณฑิรา พันธุ์อัน อ้างถึงโดย ยูซิอุ Yuehchiu 2008 : 61) สรุปว่าโดยทั่วไปแล้วบล็อกจะเป็นเครื่องมือการสื่อสารดีเยี่ยม สำหรับทีมและกลุ่ม
มีพื้นที่ว่างสำหรับให้ผู้เรียนร่วมกัน แสดงความคิดและทางานร่วมกัน
เพื่อหาความคิดที่ชัดเจนร่วมกัน สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ
(Cooperative Learning) เป็นวิธีการเรียนที่มุ่งให้ผู้เรียนร่วมมือกันในด้านการเรียนการสอน
(Slavin 1995, อ้างถึงในบุญเรือง เนียนหอม 2540 : 56-57) เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเรียนการสอนบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ร่วมมือกัน
การใช้แหล่งข้อมูลร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน การเรียนแบบช่วยเหลือกันในการเรียนรู้
โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ